ผลเสียต่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เมื่อร่างกาย “ขาดวิตามิน”

ผลเสียต่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เมื่อร่างกาย “ขาดวิตามิน”

📹 Live!! ผลเสียต่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เมื่อร่างกาย “ขาดวิตามิน” โดย คุณหมอเมย์ , คุณหมอส้ม

โพสต์โดย Linhzhimin หลินจือมิน เมื่อ วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020

พวกเราส่วนใหญ่สามารถได้รับวิตามินและแร่ธาตุทั้งหมดที่เราต้องการได้ โดยการรับประทานอาหาร แต่เมื่อสูงอายุขึ้น การรับกลิ่นและรสจะเปลี่ยนไป จนเกิดอาการเบื่ออาหาร กินน้อย หรือบางคนเลือกกิน ทำให้กินไม่หลากหลาย พอนานวันเข้า สารอาหารที่ได้รับจะไม่ครบถ้วน ส่งผลให้ขาดสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพของผู้สูงอายุย่ำแย่ลง

วิตามิน คือ อะไร? และมีความจำเป็นต่อร่างกายยังไงบ้าง?

วิตามิน คือ สารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องมีในปริมาณน้อย แต่ไม่สามารถขาดได้ เพื่อให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้ปกติ การขาดวิตามินทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติและเกิดโรคต่างๆ ได้

ได้รับวิตามินจากไหน?

ร่างกายไม่ได้ต้องการวิตามินในปริมาณมาก แต่ต้องการทุกวัน คนส่วนใหญ่ที่กินอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่มักจะได้รับวิตามินเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

จำเป็นต้องทานวิตามินเสริมหรือไม่?

จำเป็น ตามหลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัย (Antiaging medicine) ไม่ควรรอให้เกิดอาการขาดวิตามินจึงจะทานเสริม เพราะร่างกายควรมีวิตามินต่างๆ ในระดับที่ดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และถ้าหากร่างกายขาดวิตามินมากจนทำให้ร่างทำงานไม่ปกติ ส่วนใหญ่เกิดอาการผิดปกติที่ไม่รุนแรง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หงุดหงิด นอนหลับไม่สนิท ปวดกล้ามเนื้อง่าย เป็นตะคริวที่น่องในเวลากลางคืน ผมร่วง โลหิตจาง ภูมิคุ้มกันต่ำลง เป็นต้น แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้สังเกตว่าตนเองขาดวิตามิน และไม่รู้ว่าตนเองขาดวิตามินชนิดใด ดังนั้นวันนี้เราจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ ว่าการขาดวิตามินแต่ละชนิดนั้นจะมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง

วิตามินเอ

“วิตามินเอ” เป็นวิตามินที่อยู่ในสารอาหารจำพวก ผักโขม แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ เป็นต้น วิตามินเอมีส่วนช่วยรักษาสายตาของผู้อายุไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยในการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น หากผู้สูงอายุขาดวิตามินเอจะส่งผลต่อการมองเห็น ติดเชื้อได้ง่าย และใช้เวลานานให้การหายเป็นปกติ

วิตามินบี

“วิตามินบี” เป็นวิตามินที่มีความสำคัญมากต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง เซลล์ระบบสมองและเส้นประสาท ซึ่งเป็นวิตามินที่สามารถพบได้ทั่วไปจากการรับประทานอาหารทั่วไป ในผู้สูงอายุมักขาด “วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12” จึงทำผู้สูงอายุมักจะมีอาการชาบริเวณปลายมือและเท้า นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ร่วมไปถึงสามารถส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางได้

วิตามินอี

“วิตามินอี” พบมากในอะโวคาโด ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว งา และน้ำมันสำหรับปรุงอาหารทุกชนิด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกัน ซึ่งสำคัญมากในผู้สูงอายุเนื่องจากเป็นวัยที่มีการติดเชื้อง่าย การเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยวิตามินอี จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดี ที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขมากยิ่งขึ้น

วิตามินดี

“วิตามินดี” โดยปกติร่างกายสามารถสังเคาะห์วิตามินได้เมื่อได้รับแสงแดด และแหล่งอาหารของวิตามินดี ได้แก่ ธัญพืช เห็ด นม ซึ่งวิตามินดีมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหาร ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์อันเป็นสาเหตุให้เกิดการสลายกระดูก ดังนั้นหากผู้สูงอายุขาดวิตามินดี จะส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมในทางเดินอาหารลดลง มวลกระดูกลดลง เมื่อลื่น ตก หกล้ม อาจเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้มากขึ้น

วิธีการป้องกันไม่ให้ร่างขาดวิตามิน

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

2. ทำกิจกรรมที่ได้รับแสงแดด อย่างน้อย 15 นาที จำนวน 2-4 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วงเวลาที่ไม่ร้อนจนเกินไป เช่น เวลาเช้า 6.00 – 8.00 น. หรือช่วงเย็น 16.00 -18.00 น. 

3. เลือกรับประทานอาหารเสริมมีที่วิตามินเป็นส่วนประกอบ

ใส่ความเห็น