fbpx
6 ปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัว ของการเกิดโรค “รูมาตอยด์”

6 ปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัว ของการเกิดโรค “รูมาตอยด์”

รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่มีการอักเสบของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ใช่เพียงที่ข้อ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติและไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายตัวเอง ในผู้ป่วยบางรายพบว่ามีภาวะที่มีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ผิวหนัง ดวงตา ปอด หัวใจ และหลอดเลือด

อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะมีอาการปวดดำเนินอย่างช้า ๆ อาจนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน มีอาการเหนื่อยอ่อนและเมื่อยล้า รวมไปถึงอาจพบว่ามีน้ำหนักตัวลดลงและมีไข้อ่อนๆ อาการอื่นๆ ของโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่

– มีอาการปวด บวม แดง อุ่น ข้อฝืด โดยจะเกิดขึ้นพร้อมกันในร่างกาย เช่น มือ ข้อมือ ข้อศอก เท้า ข้อเท้า เข่า และคอ

– อาการข้อฝืดแข็ง อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว เช่น ตอนตื่นนอนในตอนเช้า หรือนั่งเป็นเวลานาน ๆ

– ปุ่มรูมาตอยด์ (Rheumatoid Nodules) ปุ่มเนื้อนิ่ม ๆ ที่มักเกิดบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย ๆ เช่น ข้อศอก ข้อนิ้วมือ กระดูกสันหลัง

สาเหตุของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะเกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายตัวเอง โดยจะทำลายเยื่อหุ้มข้อ (Synovium) เป็นผลทำให้เกิดการอักเสบและบวมขึ้น ซึ่งในที่สุดแล้วอาจทำลายกระดูกอ่อนและกระดูกของข้อต่อ รวมไปถึงเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อและกระดูก หรือเอ็นข้อต่อจะเปราะบางลงและยืดขยายออก จากนั้นข้อต่อก็จะค่อย ๆ ผิดรูปหรือบิดเบี้ยว

6 ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีดังนี้

  • เพศ เพศหญิงมีแนวโน้มที่เป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์มากกว่าเพศชาย
  • อายุ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แต่ส่วนมากมักจะเกิดระหว่างอายุ 40-60 ปี
  • ประวัติคนในครอบครัว หากมีคนในครอบครัวเคยเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ ก็จะมีความเสี่ยงในการเป็นมากขึ้น
  • การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยเฉพาะหากมีความบกพร่องทางพันธุกรรมซึ่งมีโอกาสในการพัฒนาเป็นโรครูมาตอยด์ การสูบบุหรี่ยังมีผลที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มความรุนแรงของโรคมากขึ้นอีกด้วย
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม การได้รับสารบางอย่าง เช่น ใยหินและซิลิกา อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้
  • ความอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการพัฒนาเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคเมื่ออายุ 55 ปี หรือน้อยกว่า

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

การบำบัดโรค แพทย์อาจส่งผู้ป่วยไปยังผู้เชี่ยวชาญในการบำบัดโรคหรือนักกายภาพที่ช่วยสอนให้ผู้ป่วยบริหารร่างกายเพื่อให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่น ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดที่ข้อได้

การผ่าตัด หากการรักษาด้วยยาไม่ได้ผลในการป้องกันและชะลอการถูกทำลายของข้อ แพทย์อาจพิจารณาให้ทำการผ่าตัดเพื่อรักษาข้อที่มีการเสื่อมหรือถูกทำลาย ซึ่งการผ่าตัดอาจช่วยทำให้ข้อต่อสามารถใช้การได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยลดความเจ็บปวดและช่วยแก้ไขส่วนที่ผิดรูปให้กลับมาปกติ ซึ่งอาจใช้การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวหรือรวมไปถึงวิธีอื่น ๆ เช่น การผ่าตัดเยื่อหุ้มข้อ (Synovectomy) การเย็บซ่อมเส้นเอ้นรอบข้อต่อ (Tendon Repair) การผ่าตัดรวมข้อ (Joint Fusion) และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม (Total Joint Replacement)

วิธีการรักษา รวมไปถึงทางเลือกเสริมหรือทางเลือกเฉพาะทางอื่น ๆ ที่อาจมีผลช่วยรักษาโรครูมาตอยด์ เช่น การรับประทานน้ำมันปลา น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส หรือฝึกไท่เก๊กออกกำลังกาย แต่เพื่อนๆก็สามารถเลือกทาน หลินจือมินเอ็กซ์ตร้า ที่มีส่วนช่วยบำรุงไขข้อกระดูกเพื่อกันไว้ดีกว่าแก้ ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ารักษาทีหลังนะคะ ♥

ใส่ความเห็น

×
×

Cart