fbpx
“เห็ดหลินจือแดง” ฮีโร่..ปกป้องตับ!​

“เห็ดหลินจือแดง” ฮีโร่..ปกป้องตับ!​

"ตับ" สำคัญต่อชีวิตเราอย่างไร ?

อวัยวะที่สร้างสารต่างๆ ที่สำคัญ เช่น โปรตีนไข่ขาว หรือ Albumin ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการขนส่งสารต่างๆ ในเลือด รักษาสมดุล pH ของเลือด และรักษาสมดุลแรงดันในหลอดเลือด หาก Albumin ในเลือดต่ำ จะทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ ท้องมาน ตับยังทำหน้าที่ผลิตน้ำดีและเกลือน้ำดี เพื่อช่วยย่อยสลายไขมัน โดยน้ำดีจะถูกขับออกผ่านระบบทางเดินอาหาร ทำให้อุจจาระสีเหลือง หากทางเดินน้ำดีอุดตันอุจจาระจะซีด

หน้าที่ตามปกติของตับ

"ไวรัสตับอักเสบบี" เชื้อร้ายทำลายตับ!

โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

ทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์ตับและทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย หากเป็นเรื้อรังจะเกิดพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ จากหลักฐานการศึกษาในปัจจุบันบ่งชี้ว่า การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในการเกิดมะเร็งตับ ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทย

เมื่อไวรัสเข้าสู่เซลล์​ ไวรัสจะเพิ่มรหัสพันธุกรรมของเชื้อ เพื่อเพิ่มจำนวนตัวเอง จากนั้นไวรัสที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะออกจากเซลล์ และไปทำลายเซลล์ตับ รวมถึงเซลล์อื่นๆ

ความผิดปกติของกระบวนการทำงานของตับ เมื่อเซลล์ติดเชื้อและมีการอักเสบ

  1. เซลล์จะเกิดภาวะเครียด (Oxidative Stress) ทำให้มีปริมาณสารอนุมูลอิสระ (ROS) ในเซลล์มากขึ้น ซึ่งไปรบกวนการทำหน้าที่ของเซลล์, เกิดการทำลาย DNA ของเซลล์ ทำให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ขึ้นมากกว่าปกติ
  2. การสังเคราะห์โปรตีนถูกรบกวน/หยุดชะงัก เกิดความผิดปกติในกระบวนการเมตาบอลิซึมและการสังเคราะห์โปรตีนชองเซลล์
  3. เสียสมดุลการทำงานของเอนไซม์ INOS และการสังเคราะห์ Nitric Oxide (NO) กรณีเซลล์ที่มีการอักเสบเรื้อรัง หากมีปริมาณ NO ที่มากเกินไป จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและความเสียหายต่อเซลล์อย่างต่อเนื่อง
  4. การทำงานของเอนไซม์ Β-GLUCURONIDASE ผิดปกติ เกิดภาวะคั่งของ bilirubin ส่งผลให้เกิดภาวะดีซ่านในผู้ป่วยตับ
  5. รบกวนการทำงานของ HEPATIC ENZYMES ทั้งเอนไซม์เฟส 1 และเฟส 2
  6. เกิดพังผืดในตับ การอักเสบของเซลล์ตับจะกระตุ้นทำให้มีการสังเคราะห์คอลลาเจนมากเกินปกติ ส่งผลให้เกิดพังผืดในตับ

8 วิธีดูแล "ตับ" ให้ห่างไกล..ไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบี

โรคที่ได้ยินมานาน แต่หลายคน ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก อาจเป็นเพราะไม่ทราบว่า โรคไวรัสตับอักเสบ จริงๆ แล้วจัดเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง แม้อาการของโรคจะไม่รุนแรง แต่ก็สามารถส่งผลทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังตามมา และเป็นสาเหตุ ของมะเร็งตับได้ วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับวิธีดูแลตัวเอง ให้ห่างไกลจากไวรัสตับอีกเสบบีกันค่ะ

  1. ฉีดวัคซีนป้องกัน​ โรคไวรัสตับอักเสบบี สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ในรายที่ยังไม่พบการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี และไม่มีภูมิคุ้มกันโรค
  2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง​ ได้แก่ การเจาะ สักผิวหนัง การใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น เช่น มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ เป็นต้น
  3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์​ ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำลายตับ
  4. บำรุงด้วยสมุนไพร​ เลือกรับประทานสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการบำรุงตับ เช่น เห็ดหลินจือแดง ที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบที่ตับ ช่วยลดการเกิดภาวะพังผืดในตับ และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส ได้อีกด้วย
  5. ไม่สัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่ง​ ไม่สัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ
  6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์​ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ
  7. ออกกำลังกาย​ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหม
  8. ตรวจสุขภาพ​ อัลตร้าซาวด์และตรวจสุขภาพทุกปี

"เห็ดหลินจือแดง" ฮีโร่..ปกป้องตับ!

เห็ดหลินจือแดง

สมุนไพรที่มีประวัติการใช้ในศาสตร์ การแพทย์แผนจีน Chinese medicine, TMC มาอย่างยาวนาน มีการนำมาใช้เพื่อรักษาภาวะตับอักเสบเรื้อรัง จากข้อมูลการศึกษา ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าสาร Polysaccharides และ Triterpenoids สารสำคัญในเห็ดหลินจือแดง มีคุณสมบัติช่วยปกป้องตับ

จากตัวอย่างการศึกษาในอาสาสมัคร ที่เป็นผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีชนิดเรื้อรังพบว่า “เห็ดหลินจือแดงมีกลไกที่ช่วยปกป้องตับ” ที่เป็นไปได้หลายประการ ดังนี้

  1. ทำลายไวรัส ก่อนเข้าสู่เซลล์ โดยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  2. ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในเซลล์​
  3. ช่วยกระตุ้นการทำงานของ Antioxidant Enzymes เช่น Superoxide Dismutase (SOD), Catalases  และ Glutathione Peroxidases ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในเซลล์, ลดการบาดเจ็บ/การอักเสบของเซลล์
  4. ช่วยให้กระบวนการเมตาบอลิซึม และการสังเคราะห์โปรตีนเป็นไปตามปกติ
  5. ช่วยปรับสมดุลการทำงานของเอนไซม์ INOS​ และการสังเคราะห์ Nitric Oxide (NO)
  6. ยับยั้งเอนไซม์ Β-GLUCURONIDASE​ ชะลอภาวะคั่งของ Bilirubin ช่วยเรื่องภาวะดีซ่านในผู้ป่วยตับ
  7. ช่วยควบคุมสมดุลการทำงานของ HEPATIC ENZYMES ทั้งเอนไซม์เฟส 1 และเฟส 2​
  8. ลดการอักเสบของเซลล์ตับ​ ส่งผลให้สมดุลการสร้างคอลลาเจนในเซลล์กลับสู่ภาวะปกติ ลดการเกิดภาวะพังผืดในตับ

ที่มา: Wasser S. P, Coates P, Blackman M, Cragg G, Levine M, Moss J, White J.  Encyclopedia of Dietary Supplements. New York: Marcel Dekker; 2005. Reishi or Lingzhi (Ganoderma lucidum) pp. 680–90.


ใส่ความเห็น

×
×

Cart