เตรียมตัวรับมืออย่างไร เมื่อเข้าสู่วัยทอง

เตรียมตัวรับมืออย่างไร เมื่อเข้าสู่วัยทอง

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทอง จะเกิดขึ้นเมื่อระยะเริ่มของการหมดประจำเดือนจะส่งผลทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ ซึ่งอายุเฉลี่ยช่วงนี้จะอยู่ระหว่าง 40 – 50 ปี ซึ่งระยะนี้จะเกิดประมาณ 2-3 ปี

อาการที่สังเกตุเห็นได้เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทองคือ

  • อาการร้อนวูบวาบ 
  • มึนศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • อารมณ์แปรปรวน
  • นอนไม่หลับ
  • เหงื่อออกง่าย 
  • ช่องคลอดแห้งง่าย
  • ปวดข้อตามร่างกาย
  • ซึมเศร้า วิตกกังวล
  • มีอาการชา
1

สาเหตุเกิดจากรังไข่หยุดทำงาน ไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือน และไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงขึ้นมาอีก ซึ่งแตกต่างจากผู้ชายที่การผลิตฮอร์โมนจะค่อยๆ ลดลงทีละน้อย และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ผลิตฮอร์โมนเพศอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนอีกต่อไป ซึ่งภาวะนี้เกิดจากหลายปัจจัยค่ะ

1. ภาวะหมดระดูตามธรรมชาติ (natural menopause): เป็นการหมดระดูเนื่องจากกระบวนการทางสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการที่รังไข่หยุดทำงานตามธรรมชาติโดยถือว่า ต้องขาดประจำเดือนไปแล้ว 1 ปี แล้วนับย้อนมาวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายถือเป็นอายุที่เข้าสู่วัยทอง ซึ่งโดยเฉลี่ยผู้หญิงจะเข้าสู่วัยทองเมื่ออายุ 50-51 ปี

2. ภาวะหมดระดูที่เกิดจากโรคและผลพวงของการรักษาโรค ภาวะหมดระดูในกลุ่มนี้มักจะเป็นภาวะหมดระดูก่อนวัยอันควร ( prematuremenopause ) คือประจำเดือนหมดในช่วงอายุ 40-45 ปี และภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอันควร(primary ovarian insufficiency คือ หมดประจำเดือนก่อนอายุ 40 ปี ซึ่งเกิดได้จากโรคในกลุ่มที่ทำให้เกิดมีภูมิไวเกินต่อเนื้อเยื่อของรังไข่การได้รับยาเคมีบำบัดรักษามะเร็งชนิดต่างๆ การได้รับการฉายรังสีรักษา การผ่าตัด เป็นต้น

“วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน คือ ผู้หญิงต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมตั้งแต่อายุ 40 ปี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การนอนการออกกำลังกาย การฝึกจิตให้คิดในแง่บวก หรือตรวจสุขภาพตามกำหนดเพื่อลดอาการที่อาจเกิดขึ้นในช่วงอายุ 45 ปีโดยเฉลี่ย” 
  • หากมีอาการร้อนวูบวาบ ให้สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น 
  • หากมีอารมณ์แปรปรวน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน หากิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย 
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมกับวิตามินดีสูง เพื่อบำรุงกระดูกและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สึกหรอ เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไขมันต่ำ ผักใบเขียวและผลไม้ 
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ หรือกีฬาที่ชื่นชอบ เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงกระแทก โดยเฉพาะข้อเข่าหรือการออกกำลังกายที่ทำให้เข่ารับน้ำหนักมากจนเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้
  • นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ควรเข้านอนให้เป็นเวลา และนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพราะจะช่วยเพิ่มความจำ และทำให้มีสุขภาพที่ดีมีอายุยืนยาว

เลือกรับประทานสารสกัดจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงได้ เช่นตังกุย ซึงจากงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากตังกุยช่วยลดอาการวัยทอง เนื่องจากตังกุยมีคุณสมบัติเป็น Estrogen-like effect (คล้าย Estrogen) เช่น อาการร้อนวูบวาบ เกิดจาก Estrogen ต่ำลง ตังกุยมี่คุณสมบัติไปดัดจับตัวรับสัญญาณ (Receptor) ของ Estrogen ทำให้อาการลดลงได้นะคะ

ใส่ความเห็น