Q&A รวมคำถามยอดฮิต “ปัญหาอาการวัยทอง”

Q&A รวมคำถามยอดฮิต “ปัญหาอาการวัยทอง”

1. สอบถามเกี่ยวกับวัยทองค่ะ อายุ45 เข้าสู่วัยทองได้ไหมค่ะ

วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิงมักจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี เมื่อถึงวัยนี้ รังไข่จะหยุดทำงาน และไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงจากรังไข่ จึงทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย เกิดขึ้น ดังนั้นในช่วงอายุ 45 ปี ในเพศหญิงบางรายก็เริ่มมีอาการวัยทองเกิดขึ้นได้ค่ะ

2. สอบถามค่ะ อาการวัยทองมีอะไรบ้างค่ะ จะสังเกตอย่างไร ว่าเราเป็นวัยทองแล้ว?

เมื่อเข้าสู่วัยทอง จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายต่างๆตามมา โดยสามารถเชคอาการวัยทองเบื้องต้นได้จากข้อมูลอาการทางด้านล่างนี้เลยค่ะ

1. มีอาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย 

2. หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล

3. ประจำเดือนมาผิดปกติ หรือประจำเดือนเริ่มลดน้อยลง 

4. นอนไม่หลับ ตื่นนอนกลางดึกเป็นประจำ อ่อนเพลีย

5. เหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย

6. ผิวหนังแห้ง ขาดความยืดหยุ่น

7. ช่องคลอดแห้ง ทำให้สร้างน้ำหล่อเลี้ยงได้น้อยจึงทำให้เกิดอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

8. มีอาการชา ความร้สึกเหมือนของแหลมตำ คัน เสียง หรือแสบร้อน (Paresthesia)

9. มีอาการคันยุบยิบคล้ายแมลงไต่

10. มีอาการปวดข้อ, ปวดเมื่อยตามร่างกาย 

11. ปวดศีรษะ, วิงเวียน

3. สอบถามค่ะ แต่ละคนจะมีอาการวัยทองเหมือนกันไหมค่ะ?

อาการวัยทองของแต่ละคน เริ่มแรกอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและพฤติกรรม หรือปัญหาสุขภาพของแต่ละท่านค่ะ เช่นผู้ที่ถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างตั้งแต่อายุยังน้อยย่อมมีอาการวัยทองได้เร็วกว่าคนที่หมดประจำเดือนตามธรรมชาติ เป็นด้น

4. อาการร้อนวูบวาบเป็นอย่างไร?

อาการร้อนวูบวาบในวัยทอง คือการที่หลอดเลือดตามผิวหนังขยายตัว พร้อมทั้งมีเหงื่อออกมาก จึงทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบตามร่างกายขึ้น อาการอาจเกิดขึ้นวันละบ่อยครั้งจนสามารถสร้างความกังวลและความไม่สบายร่างกายตามมาได้

5. วัยทอง น่ากลัวหรือเปล่าคะ คนที่เริ่มเป็นต้องทำใจอย่างไรดี

วัยทองเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ หากเราเตรียมตัวรับมือได้ไว และเข้าใจอาการวัยทองแต่เนิ่นๆ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลค่ะ

ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน คือ ผู้หญิงต้องเตรียมใจและเข้าใจวัยทองให้พร้อมตั้งแต่อายุ 40 ปี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การนอน, การออกกำลังกาย การฝึกจิตให้คิดในแง่บวก หรือตรวจสุขภาพตามกำหนดเพื่อลดอาการที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวัยทองค่ะ 

ในส่วนของคนที่เริ่มมีอาการวัยทองสามารถปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ เพื่อลดอาการวัยทองเบื้องต้นได้ค่ะ

1. หากมีอาการร้อนวูบวาบ ให้สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น 

2. หากมีอารมณ์แปรปรวน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน 

หากิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย 

3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมกับวิตามินดีสูง เพื่อบำรุงกระดูกและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สึกหรอ เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไขมันต่ำ ผักใบเขียวและผลไม้ 

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ หรือกีฬาที่ชื่นชอบ เมื่ออายุมากขึ้น 

ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงกระแทก โดยเฉพาะข้อเข่าหรือการออกกำลังกายที่ทำให้เข่ารับน้ำหนักมากจนเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้

5. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ควรเข้านอนให้เป็นเวลา และนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพราะจะช่วยเพิ่มความจำ และทำให้มีสุขภาพที่ดีมีอายุยืนยาว

6. เลือกรับประทานสารสกัดจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงได้ เช่นตังกุย ซึ่งตังกุยถูกขนานนามว่าเป็น โสมสำหรับสตรี มีสารสำคัญหลายชนิด เช่น ไลกัสติไล (Ligustilide), กรดเฟรูลิก (ferulic acid) และโพลีแซ็กคาไรด์ (polysaccharides) ถูกนำมาใช้ในตำราแพทย์แผนไทยโบราณในการปรับประจำเดือนให้เป็นปกติ รักษาภาวะขาดประจำเดือน ใช้เป็นยาแก้ปวดประจำเดือน หรือรักษาอาการร้อนวูบวาบในหญิงหมดประจำเดือนได้ค่ะ

6. วัยทองมีความจำเป็นมากน้อยเเค่ไหนที่จะต้องพบหมอวัยทองโดยตรงไหมค่ะ

อาการวัยทองเป็นอาการที่อาจสร้างความรำคาญหรือความไม่สบายใจและไม่สบายร่างกายให้กับหลายๆท่าน เช่น เมื่อข้าสู่วัยทองจะมีอาการร้อนวูบวาบ, นอนไม่หลับ , อารมณ์หงุดหงิดและแปรปรวน 

เป็นต้น หากอาการเหล่านี้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันสามารถที่จะเข้าพบหมอเพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่วงวัยทองได้เช่นกันค่ะ

7. ตอนนี้ประจำเดือนเริ่มขาดหายไปค่ะ ยังไม่มีอาการร้อนวูบวาบ แต่จะนอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิทเป็นประจำค่ะ อาการแบบนี้ใช่อาการวัยทองไหมค่ะ?

การนอนไม่หลับอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นความเครียด โรคประจำตัว หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอค่ะ แต่หากคุณเริ่มมีอายุตั้งแต่ 45-55 ปี และประจำเดือนเริ่มขาดหายไป ร่วมกับมีอาการนอนไม่หลับ อาจเป็นอาการของวัยทองได้เช่นกันค่ะ

8. คุณแม่มีอารมณ์แปรปรวนมากเลยค่ะ ทำอะไรนิดหน่อยก็หงุดหงิดตลอดเลย มีวิธีช่วยให้ทำความเข้าใจกับอาการที่คุณแม่เป็นอยู่บ้างไหมค่ะ

• อย่างแรกแนะนำให้ทำความเข้าใจกับอาการที่คุณแม่เป็น

 ซึ่งอาการวัยทองเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอเมื่ออายุมากขึ้น เพราะร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศน้อยลง ทำให้อารมณ์แปรปรวน ขี้น้อยใจ ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย ดังนั้นลูกๆควรทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของคุณแม่ให้มากขึ้นค่ะ

 

• ให้ความรัก และการดูแลเอาใจใส่กับคุณแม่ให้มากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางด้านคำพูด เช่นการบอกรัก ให้กำลังใจ หรือการกระทำ เช่นการกอด หรือการเอาอกเอาใจคุณแม่ให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณแม่ของคุณรู้สึกไม่เครียดและคลายความกังวลได้ เป็นต้น

 

• หากิจกรรมยามว่างให้คุณแม่ได้ผ่อนคลาย 

การทำกิจกรรมยามว่างจะช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายมากขึ้น และช่วยบรรเทาความเครียดของคุณแม่ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัวอีกด้วย แนะนำกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ เช่น การอ่านหนังสือ พาคุณแม่ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือการทำอาหาร เป็นต้น

 

• ชวนคุณแม่ออกกำลังกาย 

   การออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขทั้ง 3 ตัว ได้แก่ ซีโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อความสุข และช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า เอ็นดอร์ฟิน ฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดี ลดความกังวลและความเจ็บปวด และโดปามีน ที่เป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึก สดชื่น กระฉับกระเฉง  การออกกำลังกายที่แนะนำสำหรับคุณแม่ เช่น การนั่งสมาธิ โยคะ การเดินเร็ว หรือการเต้นแอโรบิค เป็นต้น

 

• พาคุณแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี 

เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลง เช่น ความดันโลหิต ฮอร์โมน มวลกระดูก หัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น