fbpx
จะทำอย่างไรเมื่อกระดูกพรุน !?

จะทำอย่างไรเมื่อกระดูกพรุน !?

โรกระดูกพรุน คือ โรคที่มีการสลายของเนื้อกระดูกอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก อันที่จริงความหมายของกระดูกพรุนก็คือ การที่มีความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลงหรือโปร่งบางมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานเป็นปี โดยไม่สามารถสังเกตเห็นได้ หรือไม่สามารถรู้สึกได้จนกว่าจะเกิดกระดูกหัก หรือเกิดการค่อมโค้งผิดรูปของกระดูกสันหลังเนื่องจากกระดูกทรุดและตัวเตี้ยลงอย่างชัดเจน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

แม้ว่าปัจจับันจะยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่าภาวะกระดูกพรุนเกิดจากสาเหตุใดแน่ แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่นำไปสู่โรคกระดูกพรุน ดังนี้ อายุ โดยธรรมชาติ ร่างกายจะมีการสะสมแคลเซียมเข้าในกระดูกเพื่อให้มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น โดยจะมีความหนาแน่นสูงสุดที่อายุประมาณ 30 ปี และ จะคงที่อยู่ระหว่าง 30-40 ปี และมวลกระดูกจะลดลงเรื่อยๆทุกปีหลังจากนั้นจนกระทั่งวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิง จะมีการลดลงของมวลกระดูก อย่างรวดเร็ว และ เมื่ออายุมากกว่า 65ปี มวลกระดูกจะลดต่ำลงจนถึงจุดเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก

พันธุกรรม หรือ กรรมพันธุ์

พบว่าคนเชื้อสายคอเคเชี่ยนและเอเชี่ยน (ผิวขาวและผิวเหลือง) มีอัตราเสี่ยงของกระดูกพรุนสูง และ จะเพิ่มขึ้น เมื่อมีประวัติกระดูกหักของผู้สูงอายุในครอบครัว หรือผู้ที่มีรูปร่างผอมบางอยู่แล้ว

ภาวะโภชนาการและการดำเนินชีวิต

ภาวะทุพโภชนาการ การขาดอาหาร น้ำหนักตัวน้อย หรือการรับประทานแคลเซี่ยมในปริมาณต่ำ และภาวะการดูดซึมแคลเซี่ยมไม่ดี ผู้ที่ชอบการดื่มสุรา และสูบบุหรี่  ผู้ที่อยู่เฉยๆนั่งๆนอนๆ หรือขาดการออกกำลังกาย

ยาและโรคประจำตัว

ยาที่มีผลต่อกระดูกพรุ่นได้แก่ ยาที่มีสารสเตียรอยด์ ยาเกี่ยวกับโรคต่อมไธรอยด์ โรคเบาหวาน โรคไต เป็นต้น

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในทุกเพศทุกวัย จะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก และยังช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงได้ โดยให้ออกกำลังกายชนิดที่มีการลงน้ำหนัก เช่น การเต้นรำ การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ  ทั้งบนถนนหรือบนลู่วิ่งก็ได้  ทั้งนี้การฝึกการทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้มเป็นวิธีการที่ดี ที่จะลดอุบัติการของกระดูกหักได้ เช่น การรำมวยจีนบางประเภท  แต่ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร ?

กระดูกเป็นโครงสร้างในแกนกลางร่างกาย มีการเสื่อมสลายไปตามอายุ การรักษาจึงต้องเน้นไปที่การป้องกัน ทั้งนี้ยังคงต้องเน้นให้ความสำคัญต่ออาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

อาหารที่เสริมสร้างมวลกระดูกจะเป็นอาหารที่มีแคลเซียม และฟอสเฟสสูง ได้แก่

นม และผลิตภัณฑ์จากนม

ทั้งนมสดรสจืด นมพร่องมันเนย นมข้น นมผง นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ไอศกรีมที่ใส่นม ชีส ช็อกโกแลต เนยแข็ง รวมไปถึงนมถั่วเหลือง และน้ำเต้าหู้

ถั่วต่างๆ

รวมถึง เต้าหู้ เนยถั่ว ลูกชุบ เต้าฮวย กระยาสารท และอาหารจากถั่วทั้งหมด

ธัญพืช

เช่น เมล็ดพืชต่างๆ (เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง) มะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ ข้าวกล้อง ข้าวโอ้ต ลูกเดือย งาดำ

เนื้อสัตว์ที่ทานได้ทั้งกระดูก

เช่น กุ้งแห้ง ปลากรอบ ปลาเล็กปลาน้อย ครีบปลา

การรักษาโรคกระดูกพรุน

เนื่องจากโรคกระดูกพรุนเกิดจากภาวะกระดูกเสื่อมที่มาจากหลายสาเหตุ วิธีรักษาจะเป็นการกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก และลดการทำงานของเซลล์สลายกระดูก ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

การดูแลสุขภาพ และบำรุงกระดูก

บำรุงกระดูกและดูแลร่างกายให้กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงโดยรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนและมีค่าความเป็นกรดสูง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้แรงกายอย่างหักโหม รวมถึงควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

การเสริมแคลเซียม

รับประทานยาเม็ดเสริมแคลเซียมและรับวิตามินดีที่ช่วยเสริมสร้างการดูดซึมแคลเซียม รวมทั้งรักษาระดับแคลเซียมในกระแสเลือด เพื่อรักษามวลกระดูกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยอาจสังเคราะห์วิตามินดีได้เองทางผิวหนังด้วยการรับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า

การใช้ยารักษา

อาจใช้ยา เช่น ยาอะเลนโดรเนท ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเซลล์สลายกระดูก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ในกระบวนการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้น ยาไรซีโดรเนท ซึ่งออกฤทธิ์ต่อเนื้อเยื่อกระดูก ลดอัตราการสลายตัวของกระดูก และเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ยาไอแบนโดรเนท ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการสลายกระดูกเช่นกัน โดยมีทั้งแบบเป็นเม็ดรับประทานและแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือฉีดโซลิโดรนิก แอซิด เข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อลดการทำงานของเซลล์สลายกระดูก ออกฤทธิ์ยับยั้งการปล่อยแคลเซียมสู่กระแสเลือด และป้องกันภาวะแคลเซียมในเลือดสูง เป็นต้น

การเพิ่มฮอร์โมน

อาจเพิ่มระดับฮอร์โมนบางชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างกระดูก อย่างการฉีดหรือให้ยาเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนแก่ผู้ป่วยเพศหญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกไป ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ในระดับปกติ เช่น ยาราลอคซิฟีน เป็นต้น ซึ่งยานี้มีฤทธิ์ป้องกันการดูดซึมแคลเซียมออกจากกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้กระดูกแตกหักง่าย รวมถึงอาจมีผลรักษาและป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมบางชนิดด้วย แต่ผลข้างเคียงหลังใช้ยา คือ ผู้ป่วยอาจมีอาการร้อนวูบวาบ ครั่นเนื้อครั่นตัว และมีความเสี่ยงในการจับตัวจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันมากขึ้น

นอกจากนี้แล้ว เพื่อนๆทุกท่านยังสามารถเลือกทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง หลินจือมิน เอ็กซ์ตร้า เพื่อบำรุงเสริมสร้างให้แก่มวลกระดูก และตามจุดไขข้อต่างๆ ของร่างกายเรานะคะ 


ใส่ความเห็น

×
×

Cart