fbpx
รู้ทัน..ป้องกันได้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

รู้ทัน..ป้องกันได้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดปี

ระบาดในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน โดยเฉพาะในฤดูหนาวและฤดูฝน  เป็นอาการป่วยที่สามารถเกิดขึ้นใกล้ตัวเรา  อาการของโรคค่อนข้างจะรุนแรงกว่าการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดธรรมดา   แม้จะเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตไม่สูงเมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ แต่สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับโรคนี้คือการติดต่อที่ง่ายและรวดเร็ว  

michael-amadeus-oidJ1WGkIeY-unsplash

สาเหตุและชนิดไข้หวัดสายพันธุ์ A

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) หรือที่รู้จักกันในชื่อของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยไข้หวัดใหญ่ แบ่งออกเป็น  3 สายพันธุ์ ด้วยกัน คือ  A,  B และ C   ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ AและB มักมีอุบัติการณ์เกิดขึ้นได้บ่อย   ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีความรุนแรงค่อนข้างแตกต่างกันและการระบาดที่แตกต่างกันไป     เชื้อไวรัสสายพันธุ์ A ถือเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุด และสามารถแพร่ระบาดไปได้ทั่วโลก โดยเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A จะแบ่งความแตกต่างออกเป็นอีกหลายชนิดย่อย ๆ โดยแบ่งตามชนิดของโปรตีนของไวรัสคือ H (Hemagglutinin) และ N (Neuraminidase) โดยชนิดย่อยของไข้หวัดสายพันธุ์ A ที่เคยแพร่ระบาด  เช่น

1. ไข้หวัดนก

ไข้หวัดนก  เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ที่เคยระบาดอย่างรุนแรงในประเทศไทย  โดยสายพันธุ์ที่เคยพบในประเทศไทย  ได้แก่   H5N1 และ H5N8 โดยไข้หวัดนกจะมีอาการรุนแรงมากกว่าไข้หวัดใหญ่ชนิดอื่น ๆ เนื่องจากเป็นไข้หวัดที่สามารถติดต่อได้ง่าย และสามารถติดต่อจากคนสู่คน หรือติดต่อจากสัตว์ปีกได้โดยตรง

2. ไข้หวัดสุกร H3N2 หรือ H3N2V

ไข้หวัดสุกรมีแหล่งกำเนิดมาจากหมู  ระดับความรุนแรงนั้นถือว่าสูงกว่าไข้หวัดใหญ่ แต่น้อยกว่าไข้หวัดนก  เนื่องจากการติดต่อนั้นยากกว่าไข้หวัดนก

3. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1

ไข้หวัดชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งทีรู้จักกันดี  คือ  “ไข้หวัดใหญ่ 2009”   เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของมนุษย์   ที่เกิดขึ้นจากการผสมกันข้ามสายพันธุ์ของไข้หวัดนก ไข้หวัดสุกร และไข้หวัดใหญ่ของมนุษย์   โดยเริ่มมีการระบาดครั้งแรกที่ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2461-2462 ขณะนั้นรู้จักกันในชื่อของ “ไข้หวัดสเปน” จากการระบาดในครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 20-30 ล้านคนทั่วโลก  ระบาดใหญ่อีกครั้งในปี พ.ศ.2520 ที่มีชื่อว่า “ไข้หวัดใหญ่รัสเซีย” เนื่องจากมีต้นตอมาจากประเทศรัสเซีย   และการระบาดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2552 (ปี 2009) ซึ่งมีการระบาดขึ้นในประเทศแถบอเมริกาเหนือ ก่อนจะกระจายไปทั่วโลกผ่านผู้เดินทางที่เดินทางเข้า-ออกประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ยังถือเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอยู่อย่างใกล้ชิด

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ระบาดได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการหายใจ ไอ จาม หรือหายใจรดกัน  ยิ่งในพื้นที่ที่มีคนอยู่แออัด   อีกทั้งยังสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย หรือการนำมือที่มีเชื้อไวรัสไปสัมผัสปากกับจมูกจนทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย

Sick young fair-haired Caucasian woman covered with plaid lying in bed with closed eyes, coughing, closing mouth with napkin. Pills on tray on bed. Illness, pain concept

ไข้หวัดใหญ่มีอาการสำคัญ ดังนี้

  • มีอาการไข้สูงมากติดต่อกันหลายวัน ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก ปวดหัว
  • มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  อ่อนเพลียอย่างมาก คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร บางรายท้องเสียร่วมด้วย
  • บางรายมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
  • สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่อาจเป็นเหตุให้ร่างกายเกิดภาวะแทรกซ้อนและโรคต่าง ๆ ได้ เช่น ภาวะร่างกายขาดน้ำ การติดเชื้อในหู การติดเชื้อที่ไซนัส หลอดลมอักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ ปัญหาที่ระบบประสาทส่วนกลาง กล้ามเนื้ออักเสบ หัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น

การดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่จะหายเอง แพทย์จะจ่ายยาเพื่อรักษาตามอาการที่ป่วย หรือหากมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย สามารถใช้ยารักษาได้ด้วยตนเองภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร เช่น  เมื่อมีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว,  ทานยาลดไข้พาราเซตามอล  หลีกเลี่ยงยากลุ่มแอสไพริน,  ทานยาลดน้ำมูก,  ทานยาละลายเสมหะ,  ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ,  รับประทานอาหารอ่อนๆ ,  นอนหลับพักฟื้นให้เพียงพอ  หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน เช่น  ไข้สูงมากจนเพ้อ  หายใจหอบ หายใจลำบาก  เจ็บแน่นหน้าอก  มีอาการขาดน้ำ  ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อน  หรืออาจมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ ได้

การป้องกัน

1. ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และน้ำที่สะอาด  หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ  

2. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น   เช่น   ช้อน  หลอดดูดน้ำ   แก้วน้ำ  ผ้าเช็ดตัว  เป็นต้น

3. ไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด  ถ้าจำเป็นควรปิดปากและจมูกด้วยหน้ากากอนามัย

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบห้าหมู่  และปรุงสะอาดสุกใหม่

5. ดื่มน้ำสะอาด  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

6. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด

7. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

ถึงแม้ว่าไข้หวัดใหญ่จะมีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา  แต่ถ้าเราใส่ใจป้องกันรักษาให้ทันท่วงที  เพื่อจะได้ระมัดระวังป้องกัน  อย่ามองว่าเป็นเพียงแค่ไข้หวัดใหญ่ธรรมดา เพราะความรุนแรงที่เป็นอันตรายและอาการแทรกซ้อนก็สามารถเกิดขึ้นได้หากเราไม่ป้องกันและรักษาอย่างทันท่วงที


ใส่ความเห็น

×
×

Cart