fbpx
ผลกระทบของการ Bully และแนวทางป้องกัน

ผลกระทบของการ Bully และแนวทางป้องกัน

📹 Live!! ผลกระทบของการ Bully และแนวทางป้องกัน โดย คุณหมอฟ่าง , คุณหมอส้ม

โพสต์โดย Linhzhimin หลินจือมิน เมื่อ วันพุธที่ 8 มกราคม 2020

บูลลี่ bully คืออะไร?

บูลลี่ คือ พฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่อ่อนแอกว่าและมักเกิดขึ้นในโรงเรียนเกือบทั่วโลก ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทย การถูก บูลลี่ ไม่ใช่เรื่องปกติ ประโยคที่ว่า “แค่เด็กแกล้งกันเล่น” คำนี้ฟังดูเบาสำหรับผู้ใหญ่ แต่ในมุมของเด็กที่ถูกกระทำหรือถูกกลั่นแกล้งนั้น เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขา เพราะเด็กต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกๆวัน จนรู้สึกเครียด,โดดเดี่ยว,ซึมเศร้า กลายเป็นปมในวัยเด็ก ดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กได้ในระยะยาว หรือมีปัญหาในการเข้าสังคมเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด

คำว่า Bully (บูลลี่) เริ่มปรากฏตามสื่อต่าง ๆ มากขึ้นในช่วงหลังมานี้ เนื่องจากสังคมเริ่มตื่นตัวกับเรื่องการกลั่นแกล้ง โดยพฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นกับเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนที่โรงเรียน การบูลลี่ในโรงเรียนจึงไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย จากสถิติของกรมสุขภาพจิตชี้ว่า ในปี 2561 มีจำนวนนักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงถึง 600,000 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 40% มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ปัจจุบันระดับความรุนแรงของพฤติกรรมการกลั่นแกล้งและปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี 

การ Bully อาจแบ่งออกตามลักษณะความรุนแรงดังต่อไปนี้

  • การใช้กำลังบังคับหรือทำร้ายร่างกาย เช่น หยิก ผลัก ตี ต่อย เตะ แย่งหรือข่มขู่เอาสิ่งของจากเหยื่อทำลายข้าวของเสียหาย สั่งให้ทำเรื่องที่ไม่อยากทำ สั่งให้ไปกลั่นแกล้งคนอื่นต่อ เป็นต้น
  • การใช้คำพูดทำร้ายความรู้สึก เช่น ล้อเลียน ข่มขู่ ดูถูก วิพากษ์วิจารณ์ พูดล้อเลียนอย่างรุนแรง ใช้ถ้อยคำล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น
  • การกลั่นแกล้งทางสังคม เช่น กีดกันออกจากสังคมหรือห้ามคนอื่นเข้าใกล้เหยื่อ โดยอาจใช้การข่มขู่หรือเผยแพร่ข่าวลือในทางลบ เป็นต้น

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเด็กอาจกำลังถูก Bully

1. พบรอยฟกช้ำดำเขียว หรือรอยแผลที่ไม่ทราบสาเหตุ

2. กลัวการไปโรงเรียน ไม่อยากไปโรงเรียนอย่างชัดเจน

3. ผลการเรียนตกลงทั้งๆ ที่เคยทำได้ดีมาก่อน

4. ไม่พูดไม่จา หรือไม่อยากตอบเมื่อถามถึงเรื่องที่โรงเรียน

5. เริ่มเก็บตัว ไม่สูงสิงกับใคร เริ่มไม่พูดถึงเพื่อนคนไหนที่โรงเรียน

แนวทางปกป้องเด็กไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการ Bully และการรับมือกับการ Bully ที่เกิดขึ้น มีดังนี้

  1. พูดคุยกับลูกอย่างตรงไปตรงมา อาจให้สมาชิกในครอบครัวร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์การถูก Bully ด้วยกัน และให้การสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูจิตใจเด็ก รวมทั้งอาจปรึกษากับทางโรงเรียนถึงนโยบายการจัดการกับเรื่องนี้
  2. พยายามให้ลูกรู้สึกดีกับตัวเอง ความมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กมีความกล้าและสามารถเผชิญหน้ากับการถูก Bully ได้ 
  3. สอนให้ลูกอยู่เป็นกลุ่มกับเพื่อน เพราะการไปไหนมาไหนตามลำพังจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ตกเป็นเป้าของการถูก Bully และต้องบอกให้ผู้ใหญ่รับรู้เสมอเมื่อถูกกลั่นแกล้งหรือเห็นการกลั่นแกล้งในโรงเรียน
  4. สอนให้รู้จักรับมืออย่างกล้าหาญและใจเย็น ฝึกให้ลูกไม่แสดงความหวาดกลัวหรือจำยอมต่อการถูกกลั่นแกล้ง เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ที่ Bully นั้นได้ใจและกลั่นแกล้งไปเรื่อยๆ โดยควรสอนให้ลูกกล้าเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายและไม่ต้องสนใจสิ่งที่ผู้กลั่นแกล้งกระทำหรือพูด แล้วบอกให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำด้วยท่าทีที่เรียบเฉยแล้วเดินออกมาจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ห้ามใช้กำลังหรืออารมณ์ตอบโต้ เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายแล้ว ยิ่งทำให้เรื่องบานปลายได้
  5. พูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กที่เป็นผู้ Bully เพื่อให้ผู้ใหญ่รับทราบปัญหาและหาแนวทางจัดการกับเรื่องดังกล่าว โดยอาจนัดพูดคุยที่โรงเรียนพร้อมกับครูประจำชั้น เพื่อหาวิธีรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆกันหลายๆฝ่าย

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการพูดคุยและชี้แนะให้เห็นถึงความสำคัญต่างๆในแต่ละด้าน เพราะนี่คือเกราะป้องกันจากครอบครัวค่ะ

ใส่ความเห็น

×
×

Cart