ข้อสังเกตเบื้องต้น..”อาการแพ้” หลังฉีดวัคซีน

ข้อสังเกตเบื้องต้น..”อาการแพ้” หลังฉีดวัคซีน

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาวะฉุกเฉินของโลก มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 153 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 3.2 ล้านคน ส่งผลกระทบแก่หลายประเทศทั่วโลก มีการระบาดอย่างรวดเร็วเป็นวงกว้าง ซึ่งแต่ละประเทศได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรงของอาการป่วยและลดการเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ภูมิคุ้มกันต่ำหรือมะเร็ง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีอาการป่วยรุนแรงกว่าปกติเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเป็นอย่างมาก

วัคซีนที่มีให้บริการในประเทศไทย สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด หลักๆ ดังนี้

AstraZeneca
แอสตร้าเซนเนกา

วัคซีนแบบ Viral Vector ฉีดในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ฉีดห่างจากครั้งแรก 10 – 12 สัปดาห์

Sinovac
ซิโนแวด
วัคซีนแบบเชื้อตาย ฉีดในผู้ที่มีอายุ 18 – 59 ปี โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ฉีดห่างจากครั้งแรก 2 – 4 สัปดาห์ (ผู้ที่อยู่บริเวณความเสี่ยงสูงหรือระบาดรุนแรงแนะนำให้ฉีดครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 2 สัปดาห์)

อาการแพ้หรือข้างเคียงที่เกิดจากการรับวัคซีน

  1. มีไข้ อ่อนเพลีย และรู้สึกไม่สบายตัว ปวดศีรษะเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน
  2. ปวดเมื่อยตามตัวหรือปวดกล้ามเนื้อและข้อ
  3. ปวด บวม แดง หรือระคายเคืองตำแหน่งที่ฉีด
  4. หากเกิดผลข้างเคียง ตั้งแต่การฉีดวัคซีนเข็มแรก ในเข็มที่สองก็อาจมีอาการมากขึ้นได้เล็กน้อย
  5. อาการแพ้วัคซีน อาจเกิดได้ แต่น้อยมากคือน้อยกว่า 1 ใน 1,000,000 คนที่ฉีด
อาการที่แพ้รุนแรง ซึ่งมักจะพบได้ภายใน 30 นาที หลังฉีดวัคซีน เช่น หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มีผื่น ผื่นลมพิษ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง หน้าบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ปวดศีรษะรุนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีจุดเลือดออกจำนวนมาก ผื่นขึ้นทั้งตัว อาการเหล่านี้จะรุนแรงมาก หากเกิดหลังจากการฉีดวัคซีน 30 นาที

การดูแลตนเองหลังฉีดวัคซีน

  1. กรณีที่มีไข้สูงกิน 38 ํ C ปวดเมื่อยมาก อ่อนเพลียมาก ควรรับประทานยาพาราเซตามอลอย่างน้อย 1 เม็ด แต่ให้หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดชนิดแรง เช่น ยาแอสไพริน ซึ่งอาจไปกดระบบตอบสนองของร่างกาย ทำให้วัคซีนตอบสนองได้น้อยลง
  2. โอกาสเกิดผลข้างเคียงมีเพียง 10% ของผู้ที่รับวัคซีน
  3. ผลข้างเคียงที่พบ เช่น อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และมีไข้ สามารถหายได้เองหลังฉีดยาประมาณ 3 – 4 วัน ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงนั้นพบน้อยมาก เช่น การแพ้ชนิดรุนแรง (anaphylaxis) เป็นต้น
  4. โดยควรเฝ้าระวังหลังจากฉีดไปแล้ว 30 นาทีแรก แต่ถ้ามีอาการแพ้รุนแรงมักจะเกิดอาการภายใน 15 นาที สำหรับผู้ที่มีประวัติการแพ้วัคซีนหรือแพ้ยาแบบรุนแรงควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนฉีดวัคซีน
  5. หลังจากได้รับวัคซีนแล้ว ควรสังเกตอาการต่อที่บ้าน ซึ่งหากเกิดอาการหลังได้รับวัคซีนมากกว่า 30 นาที อาการมักไม่รุนแรง แต่จำเป็นต้องบันทึกความผิดปกติทุกอย่างที่พบหลังจากการฉีดวัคซีน

ข้อห้ามในการฉีดวัคซีน

มีประวัติแพ้รุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีน หรือผู้ที่ฉีดเข็มแรกแล้วมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจติดขัด (Shortness of Breath) มีอาการบวมที่หน้า ลิ้น หรือในทางเดินหายใจ เป็นต้น

การฉีดวัคซีน โควิด-19 มีความปลอดภัยมากกว่าอัตราการเกิดผลข้างเคียง และหากมีผลข้างเคียงก็มักจะหายได้เอง โดยไม่หลงเหลือความผิดปกติใด ๆ ดังนั้นการฉีดวัคซีนยังคงได้ประโยชน์มากกว่าผลข้างเคียงที่จะได้รับ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค ลดอัตราการเสียชีวิต นอกจากนี้ควรมีการเตรียมตัวก่อนการได้รับวัคซีนโควิด-19 เช่น การพักผ่อนให้เต็มที่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเตรียมสภาพจิตใจให้ผ่อนคลาย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการได้รับวัคซีน

ใส่ความเห็น